4 ไม้เลื้อยปลูกไว้ บ้านไม่ร้อน

 

วันนี้เรามีทางเลือกที่ช่วยประหยัดพลังงานและคลายความร้อนมานำเสนอ  คุณรู้หรือไม่ว่าร่มเงาของต้นไม้ที่เขียวขจีสามารถปกป้องเราได้  และยังเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมกับตกแต่งบ้านเราให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยไม้เลื้อยที่มีกลิ่นหอม นอกจากนั้นยังช่วยรับแสงแดดแทนผนัง ทำให้ห้องเย็นลงได้ โดยที่เครื่องปรับอากาสไม่ต้องทำงานหนักเกินไปอีกด้วย ขั้นตอนแรกคือ

 

การปรุงดิน เป็นขั้นตอนสำคัญการเริ่มปลูกเพราะจะทำให้ต้นไม้อยู่รอดและเติบโตได้ตามต้องการ โดยการนำดินถุงคลุกเคล้ากับปุ๋ยดอก เศษอาหารสด เศษใบไม้ น้ำตาล และหัวเชื้อจุลินทรีย์ โดยหลังจากนั้นเติมน้ำให้ทั่วดินและทดลองกำดินที่เราปรุงแล้ว ถ้าจับเป็นก้อนกันและบีบโดยไม่มีน้ำไหลออกมา สามารถนำใส่ถุงดินตั้งไว้ที่ร่มเพื่อนำมาปลูกในขั้นตอนต่อไป

 

เลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม เราสามารถเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับบ้านเราได้ โดยทราบจุดประสงค์ของการปลูก เช่น นำมาแต่งบ้านเป็นซุ้มบังแดด ดัดแปลงทำเป็นซุ้มนั่งพักผ่อน แขวนประดับทั้งกระถาง หรือใช้เป็นที่กั้นพื้นที่ เป็นต้น โดยวันนี้มีพันธุ์ไม้เลื้อยมานำเสนอ 4 พันธุ์ ดังนี้

 

1) เฟื่องฟ้า ไม้ประดับนิยมที่ปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย ซุ้มนั่งเล่น มีสีสันที่สวยงาม ตัดตกแต่งได้ง่าย ปลูกไม่ยาก ดูแลไม่ยาก แถมยังทนต่อสภาพแวดล้อมอีกตั้งหาก สามารถปลูกได้ในดินทั่วประเทศ มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูก ไม่ว่าจะเป็น ขาวน้ำผึ้ง ชมพูนุช เหลืองไพล แดงธงชัย เป็นต้น นอกจากนี้เฟื่องฟ้ายังได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ประดับ” อีกด้วย

2) ชมนาด เป็นไม้เลื้อนสีเขียวสดออกดอกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ช่อละประมาณ 10 – 15 ดอก บานได้เป็นสัปดาห์และมีกลิ่มที่หอมแรง ทนนานอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงหัวค่ำ ส่วนช่วงกลางวันให้ร่มเงาจากแถวปกคลุมทำซุ้มที่นั่งได้ เราสามารถปลูกชมนาดได้ง่าย เพราะทนสภาพแห้งแล้งได้ดี แข็งแรง และสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แถมยังตัดแต่งได้ง่าย และมีอายุยืนนานอีกด้วย นอกจากความสวยงามคุณรู้หรือไม่ว่า ชมนาดยังมีประโยชน์ในทางสมุนไพรด้วยนะ เพราะสามารถนำไปทำเป็นยารักษาบาดแผลภายนอก เพิ่มความดันเลือด และยังนำไปทำข้าวแช่ เครื่องหอม เครื่องอบเป็นต้น

3) พวงชมพู ดอกไม้ชนิดนี้มีสีขาวและสีชมพูสดใสสวยงามสามารถเลื้อยได่ไกลประมาณ 40 ฟุต และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิดที่มีความชื้น โดยออกดอกเป็นช่อ ซึ่งช่อนึงยาวประมาณ 1-5 เซนติเมตร ส่วนปลายช่อจะเกาะสิ่งอื่นๆ เพื่อพยุงตัว สามารถนำมาปลูกลงกระถางได้ และแขวนห้อยลง หรือจะทำเป็นคลุมซุ้มที่นั่งให้ร่มเงาก็ได้ โดยการปลูกชมนาดให้เน้นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงเป็นหลัก รดน้ำวันละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังสามารถนำยอดอ่อนมาลวดสุกเพื่อรับประทานได้ โดยสามารถนำรากและเถามาต้มเพื่อทำเป็นยากล่อมประสามและยานอนหลับได้

4) อัญชัน พันธุ์ไม้ขนาดจิ๋วที่สามารถเลื้อยได้ยาวถึง 20 ฟุต และยังออกดอกตลอดปีอีกด้วย มีหลากหลายสีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น สีม่วง สีฟ้า สีขาว และสีน้ำเงินอมม่วง ซึ่งมีวิธีการปลูกที่ง่ายมาก นั่นก็คือนำเมล็ดแห้งของต้นอัญชันมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน และนำมาห่อผ้าทิ้งไว้ 2 – 3 วัน รอให้รากงอก จากนั้นนำดินมาใส่กระถางประมาณขอบล่าง ไม่ควรใส่จนเต็มกระถาง เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับน้ำเวลาปลูก โดยที่เรารดน้ำลงบนดินปกติ และขุดหลุมในกระถาง เพื่อวางเมล็ด 2 – 3 เมล็ด